guru guru

gurugooroo

ขอเริ่มพุทธปรัชญาด้วยหลักแห่งทางสายกลาง เป็นหลักใหญ่ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ในทุกๆ เรื่องที่เราไปเกี่ยวดองหนองยุ่งด้วย

ทางสายกลางหมายถึงความพอดี ความไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เช่นไม่ขาวไม่ดำ ไม่ดีไม่ชั่ว ไม่แข็งไม่อ่อน ไม่ช้าไม่เร็ว ไม่รักไม่เกลียด ซึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงค้นพบหลัีกนี้ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยอาศัยหลักแห่งทางสายกลาง

ทางสายกลางอยู่ตรงไหน
ทางสายกลางมีอยู่ในทุกๆ ที่ ทุกๆ เวลา ทุกๆ โอกาส ขอยกตัวอย่างการขับรถ การขับรถเร็วไปก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ  การขับรถขับช้าไปก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ความพอดีของกรณีนี้อยู่ตรงไหน เราจะรู้ได้ว่าความพอดีไม่ขับช้าไป ไม่ขับเร็วไป อยู่ตรงไหนด้วยการลงมือขับรถ ขับออกไปตามท้องถนน รถที่เราขับผ่าน รถที่สวนมา สภาพถนน สิ่งกรีดขวาง ความเร็วของรถส่วนใหญ่ที่ขับ ป้ายบังคับความเร็ว จะเป็นตัวบอกเราเองว่า ความพอดีอยู่ตรงไหน ทางสายกลางอยู่ตรงไหน

ขอบเขตของทางสายกลางอยู่ตรงไหน
ทางทุกทางย่อมมีขอบเขต เปรียบดังถนนแบบหกช่องทาง ขาไปสามช่องทาง ขามาสามช่องทาง รถช้าวิ่งชิดซ้ายสุด รถเร็ววิ่งขวาสุด  รถที่ขับพอดี วิ่งช่องกลาง (คุณอยากจะวิ่งช่องไหนครับ) ที่ผมตัวอย่างของถนนเพื่อจะให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าทางทุกทางย่อมมีขอบเขต ขอบเขตแห่งความพอดีของทางสายกลางในกรณีนี้คือแนวเส้นแบ่งช่องทาง ถ้าเรายังอยู่ระหว่างสองเส้นนี้ เราก็ยังอยู่ในทางสายกลาง

ถ้าเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างเช่นความเร็วล่ะจะแบ่งอย่างไร  หลายคนคงจะเคยเจอหรือเคยวิ่งตามหลังรถวิ่ง 10 กม/ชม  หรือรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว 140 กม/ชม ในกรณี้ขอบเขตของทางสายกลาง ช่วง(ความเร็วที่พอดี) จะกว้าง หรือแคบขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เราขับรถผ่านครับ ยกตัวอย่างเช่นทางสายกลางในเรื่องความเร็วอาจจะอยู่ในช่วง 40-70 กม./ชม. ถ้าช้าหรือเร็วกว่านี้ก็ไม่ถือว่าเป็นทางสายกลาง (ในชีวิตจริงต้องดูสถานการณ์อื่นประกอบด้วยนะครับ)

road2

ทางสายกลางในพุทธศาสนา
หลักปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นจากความทุกข์อย่างถาวร คือ มรรค 8 เป็นหลักแห่งทางสายกลางอย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นทางที่มีขอบเขตแคบมาก ที่จะนำเราให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

ที่ผมใช้คำว่า ทางสายกลางอย่างยิ่งยวด และขอบเขตที่แคบมาก เพราะว่ามรรค 8 เป็นทางสายเดียวเท่านั้นที่จะนำเราไปสู่การหลุดพ้นแห่งความทุกข์ทั้งมวล ไม่มีทางสายอื่นอีกแล้ว คือต้องปฏิบัติ ต้องเดินให้มั่นให้พอดีอย่างที่สุด อุปมา ขี่จักรยานข้ามเหวไปตามทางที่เล็กเท่าล้อจักรยานพอดี ซ้ายก็เหวขวาก็เหว เราจะบรรลุถึงปลายทางได้ด้วยการ มีสติอย่างยิ่งยวด และการทรงตัวที่พอดี ไม่เอียงซ้าย ไม่เอียงขวา และบังคับล้อให้อยู่ในทางให้พอดี

ปล. พุทธปรัชญา กับพุทธศานา เป็นคนละเรื่องเดียวกันนะครับ

eZEmAn
@Bed Room

Bookmark and Share

About Me Sample

This is a sample text about you. You may login and go to the Finojaho settings page and edit this text. Here you can display a summary of your website or anything that is interesting to your visitors. You also can disable this section completely. You can even change the image you see on the top left corner. You have full control thru the settings page.

  • Pages